Archive มิถุนายน 2020

สมุนไพรไทย

สมุนไพรไทย คือ ผลิตผลของธรรมชาติได้จากแร่ธาตุ พืชและสัตว์ที่นำไปใช้เป็นยาหรือนำไปผสมสารสัดอื่นๆตามสูตรยาเพื่อบำบัดโรคบำรุงร่างกายให้ดีขึ้น หากนำสมุนไพร2ชนิดมาผสมรวมกันจะเรียกได้ว่ายา นอกจากนี้พืชสมุนไพรอื่นๆอีกทั้งอีกสัตว์หรือแร่ธาตุทั้งหลายส่วนประกอบเหล่านี้เราจะเรียกว่า เภสัชวัตถุ ยังนำพืชสมุนไพรบางชนิด กานพลู  กระวานและเร่วมาประกอบการทำยาได้

คำว่าสมุนไพร หมายถึงพืชที่ใช้ทำเป็นเครื่องยาที่เอามาบรรเทาอาการป่วยได้สมุนไพรเกิดมาจากธรรมชาติยังช่วยมนุษย์ในทางสุขภาพอีกด้วยหมายถึงช่วยส่งเสริมสุขภาพให้ดีขึ้นและรักษาโรคได้ควายหมายของยาสมุนไพรเป็นยาที่ได้จากธรรมชาติสัตว์แร่ธาตุได้มีการปรุงหรือผสม เช่น พืช เป็นส่วนของใบ ลำต้น ดอก ผลและรากไม่ได้มีการแปรรูปใดแต่กลับกันในทางการค้าสมันไพรมักจะถูกแปรรูปไปในแบบต่างๆ เช่นถูกตัดให้เป็นชิ้นเล็กลง บดให้ละเอียดหรือนำเอาไปอัดแท่งแต่ในทางของคนเก่าคนแก่เมื่อพูดถึงสมุนไพรจะนึกถึงต้นไม้หรือใบที่นำมาใช้เป็นยาเพราะเขากินมาแบบนี้ตลอด พืชสมุนไพรตั้งแต่อดีตรู้กันดีว่ามีคุณค่าทางการรักษามากมายยังเชื่ออีกว่าพืชต่างๆยังมีสารที่เป็นยาดีอีกด้วยเพียงแต่พืชตัวไหนมีค่าทางยามากหรือน้อยเท่านั้น

พืชสมุนไพรหรือตัวยาสมุนไพรนี้แบ่งออกได้ 5 ประเภท

1.รูป คือ  ดอกไม้   ใบไม้  เปลือกไม้   แก่นไม้  รากไม้และเมล็ด

2.สี  คือ  มองแล้วเห็นเป็นสีใบไม้ สีแดง  ส้ม  ม่วง  น้ำตาลและดำ

3.กลิ่น  คือ  รู้ว่ามีกลิ่นหอ  เหม็น  หอม หรือกลิ่นอื่นๆ

4.รส   คือ  รู้ว่ามีรส  จืด  ฝาด  ขม  เค็ม หวาน เปรี้ยวและเย็น

5.ชื่อ  คือ  รู้ว่ามันมีชื่อว่าอะไรพืชสมุนไพรต่างๆต้องรู้ว่า  ชิงหรือข่าเป็นยังไง  

ยาที่แบได้จากเภสัชวัตถุถูกแบ่งไว้เป็น 2 ประเภท

1.ยาแผนโบราณ  คือ ยาทีใช้ประกอบโรคแผนโบราณหรือการบำบัดมีบอกไว้ในตำรายาแผนโบราณเป็นยาที่ได้รับการยอมรับให้เป็นต้นตำรับยาแผนโบราณ

2.ยาสมุนไพร คือ ยาที่ได้จากร่าตุหรือสัตว์ได้ผสมหรือแปรสภาพเป็นยาสมุนไพรจะใช้เป็นยาแล้วยังเอาไปเป็นอาหารได้อีกด้วยยังเอาไปเป็นอาหารเสริมอีกทั้งยังนำมาดื่มกินได้อีก ส่วนประกอบต่างๆยังใช้แต่งกลิ่น  แต่งสียังนำเอาไปทำอย่างอื่นได้อีกมากมาย ถ้าใช้ไม่ถูกวิธีหรือใช้มากเกินไปจะมีอันตรายถึงชีวิตได้ควรใช้อย่างเหมาะสมที่สุดปัจจุบันประเทศไทยยังคงนำสมุนไพรมารักษาโรคอยู่หรือเอาไปแปรรูปก็มีประโยชน์อยู่มากมาย

 

 

สนับสนุนโดย  หวยฮานอยเล่นยังไง

ระดับนิโคตินที่เหมาะกับเรา

ก่อนอื่นที่จะรู้ได้เราว่าเราควรจะใช้ระดับนิโคตินแบบไหน ก็ควรจะดูดพฤติกรรมการสูบของตัวเองก่อน ง่ายๆเลยนะถ้าเกิดว่าเราเป็นพวกสูบบ่อย ก็ใช้นิโคตินน้อย ถ้าสูบนานๆที ก็ใช้นิโคตินเยอะ แต่ทั้งนี้มันเป็นแค่หลักการ จริงๆแล้วมีเรื่องที่สำคัญอีกหลายอย่าง อย่างเรื่องว่าเรานั้นเหมาะกับเครื่องบุหรี่ไฟฟ้าแบบไหน ซึ่งมีหลายต่อหลายแบบมากๆ

รวมถึงมันเกี่ยวของกับความตั้งใจของเราอีกด้วย อย่างเช่น การที่เราคิดว่าเรานั้นจะสูบเยอะหรือสูบน้อย หรือตั้งใจสูบเพื่อที่จะค่อยๆเลิกสูบ ถึงเป็นเรื่องที่ทำให้ผู้ที่ต้องการเริ่มสูบบุหรี่ไฟฟ้านั้น ต้องปวดหัวอย่างมาก ไหนจะเรื่องเครื่องบุหรี่ไฟฟ้าแต่ละประเภท แล้วก็ยังเรื่องน้ำยาแต่ละประเภทอีก สุดท้ายทำแล้วก็ยังต้องมาหลบๆซ่อนๆอีก เป็นอะไรที่ลำบากเหลือหลาย ตลกแท้ที่ยังสูบ ฮ่าๆๆ

การอธิบายไว้หลังจากที่ผมยกตัวอย่างตัวเองให้ฟัง ผมนั้นตอนแรกเริ่มก็ตั้งใจเปลี่ยนจากสูบบุหรี่มวนเป็นบุหรี่ไฟฟ้า เพราะปัญหาเรื่องกลิ่นปาก ที่คนรอบข้างน่าจะไม่ค่อยชอบ แต่เขาก็ไม่กล้าด่าเราตรงๆหรอก มีแต่แฟนนั้นแหละ แล้วก็คิดเองว่ามันน่าจะอันตรายน้อยกว่า ซึ่งตรงจุดนี้ก็แล้วแต่คนจะเชื่อละกัน ก็ต้องการการพกพาง่าย จึงเลือกตัวเล็กๆ ตัวเล็กๆก็มีหลักๆสองประเภทอีก

นั้นคือดูดสดและแบบ pod ซึ่งนั้นก็ทำให้ตัดสินใจเอาง่ายนั้นคือ pod ที่มีที่ใส่น้ำยา ไม่ใช่การลำบากนั่งหยดน้ำยากันอีก คือเลือกจากความสะดวก พอเริ่มได้ก็เลือกน้ำยาแบบ freebase เพราะมันนิโคตินน้อย จะได้ไม่แรงเกินไป แต่แล้วก็รู้สึกดูดไม่ค่อยรู้สึก จึงเปลี่ยนเป็นน้ำยาแบบ Salt Nic ที่เรียกได้ว่าเกิดมาพร้อม pod เลย

ก็ว่าได้ พอใช้แล้วกลับรู้สึกแรงไปอีก ก็เลยนำสองตัวมาผสมกันซะอย่างนั้นเลย ก็ถือว่าลงตัวอยู่นะ แต่ก็ไม่รู้ถึงว่ามันจะมีอันตรายไหม สุดท้ายก็มีความคิดว่าอยากจะค่อยๆเลิกบุหรี่ด้วย ก็เลยกลับไปใช้แบบ freebase นั้นแหละ จบ

การเลือกระดับนิโคตินนั้น ถ้าจะให้พูดเป็นขั้นตอนก็ต้อง ดูจากตัวเครื่องว่าชอบแบบไหนก่อน เช่น เล็ก พกง่าย หรือต้องการใหญ่ๆ ครบฟังชั่น แล้วก็ค่อยมาดูเรื่องพฤติกรรมการสูบว่าบ่อยไหม นั้นก็จะรู้ได้ล่ะว่าระดับนิโคตินแบบไหนก็จะเหมาะกับเรานั้นเอง แต่คำเตือนเดียว

ถ้าสเต็ปแรกนั้น ในการเลือกบุหรีไฟฟ้านั้น เป็นแบบดูดสดเมื่อไหร่ละก็ ก็จะโดนบังคับให้เลือกน้ำยาแบบ freebase เลยทันที ไม่เช่นนั้นจะทำให้อันตรายถึงแก่ชีวิตได้เลยนะ แล้วค่อยไปดูระดับนิโคตินจากพฤติกรรมการสูบต่อไป

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  วิธีสมัครเล่นหวยฮานอย

ร้อยทั้งร้อยของบรรดาพนักงานออฟฟิศมีปัญหาเรื่องของการทานอาหาร

จะให้มีการพูดถึงการทานอาหารว่าพนักงานออฟฟิศควรทานอะไรที่มีระโยชน์หรือทานอะไรดี ก็คงเป็นเรื่องที่ไม่สามารถมาบังคับใครได้ เพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ควรเข้าไปเจ้ากี้เจ้าการอะไรนัก แต่เราจะมาพูดถึงปัญหาต่างๆที่ส่งผลต่อพนักงานออฟฟิศโดยเฉพาะการทานอาหารที่ไม่สมควร และอาหารอะไรที่สมควรเหมาะแก่พนันงานออฟฟิศ เพราะการนั่งทำงานมันแตกต่างกับการเดินทำงานอย่างพนักงานโรงงานทั่วๆไป ดังนั้นการทานอาหารให้ถูกสุขลักษณะจึงเป็นเรื่องสำคัญ

พนักงานออฟฟิศส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีเวลาดูแลตนเอง เพราะพนักวันๆเร่งรีบในการทำงานกันเสียมากกว่า งานที่เยอะวางกองเต็มโต๊ะกับเวลางานที่ต้องเร่งรีบในการเดินทางฝ่าเส้นทางรถติดต่างๆนาๆและอุปสักในการเดินทางก็ค่อนข้างวุ่นวาย ทำให้พนักงานออฟฟิศอย่างเราๆต้องมีปัญหาไม่ว่าจะเรื่องของการเดินทางหรือแม้แต่ปัญหางานเยอะจัดจนทำให้เกิดปัญหาในการกินเพื่อเร่งรีบที่จะไปทำอย่างอื่นให้ทันเวลา โดยที่คุณไม่คิดถึงผลระยะยาวสักนิดว่ามีผลต่อสุขภาพของคุณเองอย่างไร

อาหารเช้าที่สำคัญที่สุดต่อพนักงานออฟฟิศอย่างเราๆ

อาหารเมื้อแรกเป็นอาหารมื้อสำคัญที่สุดสำหรับพนักงานออฟฟิศอย่างเรา เพราะเราต้องใช้สมองคิดในการทำงาน หากไม่ทานหรือหาอะไรเข้าไปเลี้ยงสมองในมื้อแรกจะทำให้เซลล์สมองตายได้ และผลที่ตามมาก็คือความจำอาจจะบกพร่องในระยะยาว หรืออาจจะเกิดปัญหาอื่นๆได้เช่นกัน หากใครที่มีปัญหากับมื้อเช้า เช่นไม่ได้ทานอะไรเลย หรือหาอะไรก็ได้ใส่ปากแทนอาหารหลักที่นควรจะได้รับ โปรดปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเองอย่างด่วน เพื่อตัวของท่านเอง

ท่านสามารถเลือกหาซื้อสินค้ามาตุนไว้ในตู้เย็นเพื่อทำให้ทันในตอนเช้าๆ หากเช้ามีความเร่งรีบในการเดินทางไปทำงานก็ควรทำไว้ตั้งแต่เย็น พอเช้ามาก็นำมาอุ่นได้อีกทาง อาหารเช้าเหมาะที่สุดสำหรับชีวิตพนักงานออฟฟิศและทุกคน แต่การใช้สมองอย่างพนักงานออฟฟิศไม่ควรพลาดอาหารเช้าเพื่อนำมาเลี้ยงสมองเป็นอันขาด

อาหารมื้อกลางวันสำหรับพนักงานออฟฟิศอย่างเราๆ

ใครว่ามื้อกลางวันไม่สำคัญ ไม่ใช่แค่ว่าจะซื้อมากินๆแล้วก็จบไป เนื่องจากเราเป็นพนักงานออฟฟิศ ไม่ค่อยมีเวลาได้ออกไปข้างนอก หรือแม้แต่เวลาที่จะเดินก็แทบจะไม่มีเลยด้วยซ้ำ การนั่งทำงานไม่ได้ออกกำลังกายหรือขยับร่างกายเลยแม้แต่น้อย ทำให้เราต้องเลือกสรรอาหารที่จะบำรุงและงดอาหารบางประเภทที่ไม่ดีกับร่างกาย ยิ่งอาหารที่มีแต่ไขมันยิ่งควรห้ามเด็ดขาด นอกจากไม่มีประโยชน์แล้วยังไม่ดีต่อร่างกายของเราอีก ทำให้อ้วนง่ายๆเลยแหละ

มื้อเย็นที่ควรระวังสำหรับพนักงานออฟฟิศอย่างเราๆ

เพราะมื้อเย็นเป็นมื้อที่พนักงานออฟฟิศอย่างเราหละหลวมมาก เนื่องจากเสร็จจากการทำงานก็มีการชวนกันไปปาร์ตี้ต่อ ดังนั้น นอกจากจะส่งผลให้เราอ้วนแล้ว ยังส่งผลไม่ดีต่อร่างกายอีกด้วย การกินในรอบมื้อเย็นไม่ควรหนักมากนัก และที่สำคัญควรพักผ่อนให้เพียงพอ จะได้มีแรงในการทำงานวันถัดไป

 

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยมาเลย์