Archive มีนาคม 2020

ประโยชน์ดีดีของเครื่องเทศจีนที่ส่งผลต่อสุขภาพที่ดี

 สำหรับการปรุงอาหารบางชนิดนั้นเราจำเป็นที่จะต้องมีการใส่เครื่องเทศเพื่อเพิ่มรสชาติของอาหารให้อร่อย ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงเครื่องเทศของจีนี่จะมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร สำหรับเครื่องเทศของจีนที่จะมาแนะนำกันในวันนี้นอกจากจะเป็นส่วนผสมที่ทำให้อาหารอร่อยแล้ว ยังมีส่วนทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงได้อีกด้วยมีอะไรบ้างมาดูกันค่ะ

อบเชย หรือ Cinnamon 

หรือภาษาจีนจะเรียกว่า โย่วกุ้ย  หรือกวนกุ้ย หรือบางที่เรียก อิกุ้ย ซึ่งอบเชยของจีนถือว่าเป็นเครื่องเทศที่มีคุณภาพเพราะมีกลิ่นหอมและมีรสหวานปนเผ็ดเล็กน้อย และเราสามารถนำอบเชยมาปรุงอาหารได้หลายชนิด เช่นแกงพะโล้ อบเชยนอกจากจะทำให้อาหารอร่อยแล้ว ยังสามารถเป็นสารที่ช่วยในการยับยั้งการเกิดโรคเชื้อรา เชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัสได้ด้วยและหากใครที่มักมีปัญหาในการปวดประจำเดือนอบเชยก็มีสรรพคุณที่สามารถช่วยเหลือได้

โป้ยกั๊ก หรือ Star Anise 

หรืออีกชื่อหนึ่งที่เรียกว่าจันทร์แปดกลีบ สำหรับเครื่องเทศชนิดนี้จะมีกลิ่นฉุนและมีความเผ็ดร้อน โดยเครื่องเทศชนิดนี้สามารถนำมาประกอบอาหารได้ทั้งอาหารคาวและอาหารหวานซึ่งประโยชน์ที่เราจะได้รับก็คือ โป้ยกั๊กมีส่วนช่วยในการขับลมในกระเพาะ แก้ปัญหาการท้องผูกและยังช่วยในการขับเสมหะ ช่วยเรื่องโรคเหน็บชาและบำรุงสุขภาพให้แข็งแรง

พริกไทยเสฉวน  หรือ Sichuan pepper 

เป็นเครื่องเทศที่มีรสเผ็ดมาก ออกแนวเผ็ดร้อน คนไทยจะรู้จักกันดีในการนำมาประกอบอาหารประเภทปิ้งย่าง หรือการทำน้ำพริกหมาล่า ซึ่งเป็นพริกที่ช่วยเพิ่มรสชาติของอาหารให้มีความอร่อยมากยิ่งขึ้นและยังช่วยดับกลิ่นคาวของเนื้อได้ดีอีกด้วย เราสามารถนำพริกไทยเสฉวนนี้มาเป็นส่วนผสมในการปรุงอาหารได้อย่างไม่ว่าจะเป็นต้ม ผัด แหงหรือทอดก็ตาม ข้อดีของพริกไทยเสฉวนคือ จะช่วยในเรื่องของการเสริมสร้างร่ายกายให้แข็งแรง บำรุงโลหิต ลดปัญหาท้องอืดท้องเฟื้อและยังช่วยขับปัสสาวะ และขจัดพยาธิออกจากร่างกายได้ดี

ก้านพลู  หรือ Clove 

โดยคนส่วนใหญ่จะนำดอกของก้านพลูมาเป็นส่วนประกอบในการทำอาหาร  ซึ่งข้อดีของก้านพลูนั้นจะมีผลต่อระบบลำไส้ เช่นรักษาอาหารไส้เลื่อน หรือช่วยเรื่องปัญหาท้องเสีย และยังสามารถนำมาดับกลิ่นปากได้อีกด้วยประโยชน์ของก้านพลูนั้นมีมากมาย โดยบางที่จะนำก้านพลูมาเป็นส่วนผสมในการทำยาสีฟันเพราะช่วยรักษาโรคกลิ่นปากได้ดี  สำหรับก้านพลูจะมีกลิ่นหอมและมีรสชาติเผ็ด ซึ่งก้านพลูสามารถนำทั้งลำต้น เปลือก ใบหรืแม้แต่ดอกตูมมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ทั้งหมด

 

สนับสนุนโดย  relx pod น้ำยา

เอชไอวีและเอดส์คืออะไร

สำหรับบางคนก็ยังไม่รู้ว่าเอชไอวีและเอดส์คืออะไรซึ่วันนี้เราจะมาบอกถึงความแตกต่างของเอชไอวีและเอดส์กันว่ามันทั้งสองสิ่งนี้มีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

จะเห็นได้ว่าทั้งสองโรคนี้ เอชไอวีและเอดส์ เป็นโรคที่ร้ายแรงเพราะเป็นโรคที่เป็นสาเหตุที่ทำให้คนที่ติดเชื้อเสียชีวิตได้และยังถือได้ว่าทั้งสองโรคนี้คือโรคติดต่อที่เป็นภัยคุกคามไปทั่วโลกโดยทั้งสองโรคนี้ถือได้ว่าร้ายแรงจนกระทั่งมีผู้เสียชีวิตจากโรคทั้งสองนี้รวมแล้วประมาณ 36.7 ล้านคนทั่วโลก

โรคเอดส์ถือได้ว่าเป็นระยะสุดท้ายของการติดเชื้อเอชไอวี

เอชไอวีซึ่งมีชื่อย่อมาจากคำว่า human immunodeficiency virus  เป็นเชื้อไวรัส ในขณะที่โรคเอดส์หรือ acquired immune deficiency syndrome คือกลุ่มอาการของโรคที่เกิดจากการติดเชื้อเอชไอวี โดยเชื้อเหล่านี้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อระบบภูมิคุ้มกันที่เป็นของร่างกายของเรานั้นถูกเชื้อไวรัสทำลายลงไปจนกระทั่งร่างกายของผู้ป่วยนั้นไม่สามารถต่อสู้กับเชื้อโรคทั้งหลายที่เข้าสู่ร่างกายของเราได้นั่นเอง และผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวีนั้นก็อาจไม่พัฒนาอาการจนเป็นผู้ป่วยโรคเอดส์เต็มขั้น

ผลกระทบของเอชไอวีและเอดส์ที่มีต่อร่างกายมนุษย์

ถ้าหากว่าร่างกายของเรามีการติดเชื้อเอชไอวี จะเป็นการทำให้เชื้อเอชไอวีนั้นทำการโจมตีใส่ร่างกายของเราโดยจะทำให้ส่วนคุ้มกันของระบบภายในร่างกายนั้นอ่อนแอลงจนทำให้ร่างกายของเรานั้นไม่สามารถที่จะต่อสู้กับเชื้อเหล่านั้นได้ซึ่งจะก่อให้เกิดการโจมตีขั้นรุนแรงที่มีผลทำให้ร่างกายของเราทรุดตัวอย่างรุนแรง

เป้าหมายของเอชไอวีก็คือการได้เข้าไปทำลายเซลล์ที่อยู่ในร่างกายโดยที่มีหน้าที่ต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆและการติดเชื้อไวรัสเหล่านี้

ชื่อของเซลล์นี้มีชื่อว่า CD4 (หรือเซลล์ T-helper) เป็นเซลล์ที่เป็นเม็ดเลือดขาวโดยมันจะมีหน้าที่ที่มีความสำคัญต่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย เชื้อเอชไอวีจะเข้าไปทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายของผู้ติดเชื้อนั้นมีอาการอ่อนแอลงจนทำให้เกิดโรคต่างๆตามมาได้ง่าย ในขณะที่คนที่มีระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายที่แข็งแรงก็จะสามารถต่อสู้กับเชื้อโรคเหล่านี้ได้ดีกว่านั่นเอง

ไม่ว่าจะเป็นความช้าเร็วของการดำเนินโรคและผลกระทบที่เชื้อเอชไอวีซึ่งมันจะมีต่อร่างกายนั้นก็เป็นการขึ้นอยู่กับผู้ติดเชื้อในแต่ละคน โดยเกิดจากปัจจัยหลายอย่างเช่น สุขภาพและอายุ รวมถึงความช้าเร็วในการได้รับการรักษา ล้วนเป็นปัจจัยที่มีผลต่อการดำเนินโรคทั้งสิ้น คนบางคนสามารถติดเชื้อเอชไอวีนานหลายปีโดยไม่มีอาการของโรคเอดส์

 

สนับสนุนโดย  ชุดตรวจเอดส์ ซื้อที่ไหน

ประเภทของบุหรี่ไฟฟ้า

บุหรี่ไฟฟ้าในตอนนี้มีมากมายแบบอย่าง แต่ว่าแบ่งได้ 3 ต้นแบบเป็น แบบที่ 1 (Cigalike) แบบที่ 2 (eGos) และก็แบบที่ 3 (Mods) โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้

-บุหรี่ไฟฟ้าต้นแบบที่ 1 หรือที่รู้จักกันในชื่อ Cigalike มีรูปลักษณ์ภายนอก ทั้งยังทรงแล้วก็ขนาดที่คล้ายกับบุหรี่ธรรมดาทั่วๆไป แต่ว่าจะมีตัวที่ทำให้มีการเกิดไอแล้วก็ความร้อนเพิ่มเข้ามา

-บุหรี่ไฟฟ้าต้นแบบที่ 2 หรือที่รู้จักกันในชื่อ eGos มีลักษณะเหมือนบุหรี่ธรรมดาทั่วๆไปเหมือนกัน แต่ว่ามีขนาดใหญ่กว่า หรือมีทรงที่ต่างกันออกไป แล้วก็มีตัวถังซึ่งสามารถถอดออก แล้วก็เพิ่ม E-Liquid หรือ E-Juice ที่มีระดับนิโคติน หรือรสแล้วก็กลิ่นต่างๆได้ด้วยตัวเอง

-บุหรี่ไฟฟ้าแบบที่ 3 หรือที่รู้จักกันในชื่อ Mods มีลักษณะเหมือนบุหรี่ไฟฟ้าแบบ eGos แต่ว่ามีขนาดใหญ่กว่า รวมทั้งสามารถปรับแรงกดดันไฟฟ้า ขนาดของตัวที่นำมาซึ่งไอรวมทั้งความร้อน รวมทั้งขนาดแล้วก็จำนวนของ E-Liquid หรือ E-Juice ได้ตามความต้องการของผู้ใช้แต่ละคน

บุหรี่ไฟฟ้ากับกฏหมายประเทศไทย

ในตอนนี้ บุหรี่ไฟฟ้า ยังไม่อาจจะจำหน่ายกันได้อย่างแม่นยำโดยชอบด้วยกฎหมายประเทศไทย มีการลักลอบนำเข้ามาจำหน่ายผ่านตลาดมืดหรือหรือทางอินเทอร์เน็ตโดยประกาศ ข้อบังคับ แล้วก็ความผิดพลาดที่เกี่ยวเนื่องกับบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้

ห้ามส่งออกหรือนำเข้ามาในอาณาจักร ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ห้ามขายสำหรับเพื่อการนำเข้ามาในอาณาจักร พุทธศักราช 2557ถ้าฝ่าฝืนจะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับเป็นเงิน 5 เท่าของผลิตภัณฑ์ หรือทั้งจำทั้งยังปรับ

ห้ามขายหรือให้บริการ ตามคำสั่งคณะกรรมการป้องกันคนซื้อ เกี่ยวกับการห้ามขายหรือห้ามให้บริการผลิตภัณฑ์จำพวกบุหรี่ไฟฟ้ารวมทั้งน้ำยาสำหรับเพิ่มเติมบุหรี่ไฟฟ้า

-คนขาย จำต้องระวางโทษติดคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งยังจำทั้งปรับ

-ผู้สร้างหรือสั่งนำเข้ามาในราชอาณาจักร จำเป็นต้องระวางโทษติดคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1,000,000 บาท หรือทั้งยังจำทั้งปรับ

-ผู้ให้บริการ จำเป็นต้องระวางโทษติดคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งยังจำทั้งปรับ

-ถ้ามีการละเมิดจนถึงส่งผลให้คนอื่นมีอันตราย จะต้องระวางโทษติดคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1,000,000 บาท หรือทั้งยังจำทั้งปรับ