Archive มกราคม 2020

อันตรายที่เราห้ามมองข้าม

มลพิษทางอากาศค่าPM2.5ภัยร้ายที่กำลังคืบคลานเข้ามา

            อาจกล่าวได้ว่าตอนนี้ประเทศไทยมีมลพิษทางอากาศอยู่ในขั้นอันตรายหลายจุด ตื่นเช้าขึ้นมาเราควรพบอากาศที่สดใสแต่กลับต้องมาเจอกับมลพิษ ซึ่งที่เราเรียกว่าค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ซึ่งนับได้ว่าเป็นอันตรายกับคนทุกคนเป็นอย่างมากในขณะนี้นี้ สำหรับฝุ่นผงที่เรียกว่า PM 2.5 นี้แม้แต่หน้ากากธรรมดาก็ไม่สามารถป้องกันได้ซึ่งต้องใช้หน้ากากชนิดพิเศษเท่านั้นในการป้องกันฝุ่นนี้ซึ่งหน้ากากก็จะมีราคาแพง

เราจึงมักเห็นกันว่าตอนนี้เริ่มมีการรณรงค์ กิจกรรมต่างๆออกมาเพื่อไม่ให้ค่า pm2.5 สูงขึ้นกว่าเดิมที่เป็นอยู่ และตามโรงเรียนต่างๆหรือตามสถานที่จัดงานต่างๆตอนนี้ก็มีการงดการทำกิจกรรมกลางแจ้งกันบ้างแล้วเพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับร่างกายของเราเอง

 

สำหรับค่าฝุ่น PM2.5 ที่มีการสำรวจกันนี้มักจะมาจากการที่พวกเราจุดไฟเผาป่า

เผาขยะต่างๆ ซึ่งทั้งที่ตอนนี้มีการรณรงค์กันอย่างหนักเรื่องการห้ามจุดไฟเผาขยะ หรือต้นไม้แห้ง แต่ก็ยังมีคนฝ่าฝืนกันเป็นจำนวนมาก และอีกเหตุผลที่สำคัญที่ทำให้เกิดค่าฝุ่น PM2.5 คือการก่อสร้างเพราะฝุ่นละอองที่มาจากการก่อสร้างจะมีค่อนข้างเยอะซึ่งจะเห็นได้ว่าเมื่อมีการสั่งห้ามให้มีการก่อสร้างในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ค่าฝุ่น PM2.5 ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งตอนนี้ที่ค่ากลับมาสูงขึ้น

เพราะมีการก่อสร้างเริ่มทำงานกันอีกครั้ง และควันดำจากท่อไอเสียรถยนต์ก็เป็นปัญหาหลักของค่าฝุ่นเหล่านี้เหมือนกันซึ่งทางตำรวจไม่กวดขันควันดำอย่าจริงจังจึงทำให้รถยังมีการปล่อยควันดำออกมามากมายทุกวัน

และยังมีสาเหตุอื่นๆอีกมากมายทั้งมาจากโรงงานผลิตไฟฟ้า รวมถึงการเผาไหม้เชื้อเพลิงที่ไม่สมบูรณ์ สำหรับกรุงเทพกับปริมณฑลจะมีค่าละลอง PM2.5 สูงมากกว่าที่อื่นนั้น สืบเนื่องมากจากที่นี่จะมีตึก อาคารอยู่เยอะมากเต็มไปหมด ทำให้ลมไม่สามารถพัดเอาฝุ่นเหล่านี้ไปที่อื่นได้ จึงมีการรวมตัวกัน ยกเว้นที่ช่วงไหนที่มีลมพัดแรงก็จะสามารถพัดฝุ่นให้ฟุ้งกระจายออกไปที่อื่นได้บ้าง ซึ่งก็พอจะช่วยให้อากาศดีขึ้นได้บ้าง

 

แต่หากเราไม่ช่วยกันแก้ปัญหาฝุ่นผลละออง PM2.5

จากต้นเหตุ เราก็จะพบปัญหาละอองฝุ่นแบบนี้เรื่อยๆ ซึ่งจะทำให้ร่างกายของเราค่อยๆอ่อนแอลง ระบบการทำงานภายในร่างกายจะไม่แข็งแรง ทำให้เรามีโอกาสเป็นโรคต่างๆได้ง่ายขึ้น และโรคที่เห็นผลใกล้ตัวเรามากที่สุดก็คือโรคที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจของเรา  เช่นโรคปอด ดังนั้นเราจึงควรช่วยกันลดละกันเผาขยะโดยไม่จำเป็นเพราะเป็นอีกหนึ่งหนทางที่พวกเราสามารถช่วยกันได้

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย ชุดตรวจ hiv

การใช้งานเครื่องช่วยฟัง

วิวัฒนาการการยอมรับในการใช้งานเครื่องช่วยฟังจากอดีตจนถึงปัจจุบัน

             โดยปกติคนเราจะเริ่มมีปัญหาด้านการได้ยินเสียงเมื่อมีอายุมากแล้วซึ่งโดยประมาณจะอยู่ที่อายุ 80 ปีขึ้นไปแต่ก็มีคนบางส่วนที่มีปัญหาการได้ยินเสียงไม่ขัดเจนเร็วขึ้น เพราะผลพวงมาจากการใช้งานหูอย่างหนักในข่วงวัยทำงาน หรือช่วงวัยรุ่น แต่การที่คนเรามีปัญหาด้านการยินเสียงจะเป็นตอนอายุมากหรือน้อยนั้นมีได้หลายสาเหตุและหลายปัจจัยด้วยกัน

ในสมัยก่อนเราจะเห็นได้ว่าหากใครที่มีปัญหาด้านการได้ยินเสียง พวกเขาจะไม่ค่อยพูดคุยกับคนอื่นอาจจะเพราะคิดว่าถึงพูดไปพวกเขาก็คงไม่สามารถตอบโต้กลับมาแล้วตัวเองจะได้ยินเสียงตอบโต้นั้นได้

จึงทำให้พบว่ากลุ่มคนที่มีปัญหาด้านการได้ยินมักจะแยกตัวอออกมาจากครอบครัวหรือสังคม เพราะเกรงว่าตัวเองจะทำให้คนอื่นรำคาญ และถึงแม้จะมีการพัฒนาให้มีการใช้ภาษามือเพื่อเอาไว้คุยกับคนที่ปัญหาด้านการได้ยินเสียงแต่คนส่วนใหญ่อย่างผู้สูงอายุมักจะทำภาษามือไม่เป็นเพราะต้องเรียน

ซึ่งคนสูงอายุมักไม่ขอบเรียนรู้อะไรมากนัก

ทำให้การใช้ภาษามือจะจำกัดการใช้งานเฉพาะกลุ่มเท่านั้น ดังนั้นจึงมีการผลิตเครื่องช่วยฟังขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับคนที่มีปัญหาด้านการได้ยินมีทางเลือกที่มากขึ้น โดยเลือกที่จะมีปัญหาทางหูต่อไปหรืออยากปรับตัวให้เข้ากับคนอื่นได้เพียงแค่ใช้อุปกรณ์เสริมนี้เท่านั้น

ซึ่งเมื่อตอนที่มี เครื่องช่วยฟัง เข้ามาให้ใช้งานในช่วงแรกๆ ผู้คนยังไม่ให้ความสำคัญมากนัก เพราะไม่มีใครรู้จักเจ้าอุปกรณ์ตัวนี้มาก่อน และตอนที่บริษัทต่างๆผลิตเครื่องช่วยฟังนำมาจำหน่ายครั้งแรก อุปกรณ์ก็มีขนาดใหญ่เทอะทะ มีสายระโยงรยางค์ ไม่สะดวกต่อการใช้งาน และยิ่งสำหรับคนสูงอายุด้วยแล้ว

ต่างมองว่าการใช้เครื่องช่วยฟังเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น ไม่ต้องใช้ก็ได้ หากฟังใครไม่รู้เรื่องก็แค่ไม่ต้องสื่อสารกันก็เท่านั้นเอง ซึ่งจะเห็นได้ว่าเมื่อก่อนเวลาที่ต้องคุยกับตาและยาย เรามักจะต้องตะโกนคุยกับตาและยายตลอด

และบางทีก็ต้องพูดคำพูดเดิมๆซ้ำๆจนเจ็บคอ แต่ต่อมาเมื่อมีการอธิบายข้อดีข้อเสียของเครื่องช่วยฟังให้คนสูงอายุได้ฟังและได้รู้จักมากขึ้น พวกท่านก็เริ่มยอมรับและทดลองใช้เครื่องช่วยฟัง และเมื่อมีคนเริ่มใช้งานมากขึ้นบริษัทที่ผลิต เครื่องช่วยฟัง จึงมีการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องช่วยฟังให้มีหลากหลายขึ้น และมีการปรับราคาให้ถูกลง เราจึงจะเห็นได้ว่าปัจจุบันมีคนที่มีปัญหาด้านการได้ยินเสียงหันมาใช้เครื่องช่วยฟังกันมากขึ้น

มะเร็งรังไข่ ไม่ควรทานอาหารต่อไปนี้

การทานอาหารที่สมควร เป็นสิ่งจำเป็นเป็นอย่างมากต่อ คนไข้โรคมะเร็งรังไข่ นอกเหนือจากการนึกถึงของกินที่คุณกินตอนที่เป็นโรคมะเร็ง และก็ระหว่างการดูแลและรักษาแล้ว จำพวกของ ของกินที่ควรจะเลี่ยง ก็เป็นสิ่งที่คุณต้องระแวดระวังเหมือนกัน ของกินแล้วก็เครื่องดื่มที่คุณควรจะเว้นในแต่ละมื้อ มีดังนี้

  • เนื้อแดงแล้วก็เนื้อสัตว์ดัดแปลง
    มีข้อแนะนำสำหรับคนที่เป็นโรคมะเร็งรังไข่ว่า ไม่สมควรทานอาหารที่ไม่ช่วยเหลือแนวทางการทำงานของระบบภูมิต้านทานของร่างกาย หรือไปทำลายเซลล์ของมะเร็ง เรื่องจริงแล้ว เนื้อสัตว์มีผลต่อการดูแลและรักษา จึงเป็นของกินต้องห้ามสำหรับคนที่เป็นโรคมะเร็ง เนื้อสัตว์เป็นของกินจำพวกที่ใช้เอนไซม์สองประเภท คือ ทริปซิน (trypsin) และ ไคโมทริปซิน (chymotrypsin) ที่ทำให้ระบบภูมิต้านทานสามารถฆ่าเซลล์ของโรคมะเร็งได้ ในขณะที่โปรตีนจากผักมิได้ใช้เอนไซม์สองชนิดนั้น ซึ่งนี่ก็แปลว่า การกินเนื้อทำให้ความสามารถสำหรับการต้านเซลล์ของมะเร็งลดลง เมื่อคุณเข้ารับการดูแลรักษาโรคมะเร็ง คุณจำเป็นที่จะต้องละเว้นการรับประทานอาหารประเภทเนื้อสัตว์ที่มากเกินความจำเป็น เนื่องจากว่าเนื้อสัตว์มีไขมันอิ่มตัวสูง รวมทั้งมีกากใยอยู่น้อย โดยเฉพาะ เนื้อแดงไม่สมควรเป็นของกินในมื้ออาหารของคุณ ถ้าคุณอยากกินเนื้อแดง ควรจะกินในจำนวนที่น้อยกว่าจำนวนธรรมดา สำหรับในการกินเนื้อประเภทอื่นที่ผ่านขั้นตอนต่างๆ เป็นของกินอีกหนึ่งชนิดที่ไม่สมควรกิน ด้วยเหตุว่ามีโซเดียมไนไทรต์สูง ดังเช่น ไส้กรอก ซึ่งเป็นของกินที่ทำให้เกิดผลเสียและไม่ดีต่อสภาวะโรคมะเร็ง นอกนั้น การควบคุมจำนวนการกินอาหารที่ผ่านวิธีการ และก็ไขมันอิ่มตัว ยังเกิดผลดีต่อร่างกายหัวใจของคุณอีกด้วย

 

  • อาหารที่มีความร้อนสูง
    มีข้อเสนอว่า คุณไม่สมควรกินที่อาหารที่ร้อนมาก ถ้าของกินที่คุณกินนั้นมีอุณหภูมิสูง จะเป็นตัวเพิ่มคาร์สิโนเจน (carcinogens) ซึ่งมีผลต่อภาวการณ์โรคมะเร็ง คุณจำเป็นต้องทานอาหารที่ปรุงอย่างถูกสุขลักษณะ เช่น ของกินที่ผ่านการนึ่ง อบ ต้ม รวมทั้งผัดแบบเร็วๆ ของกินทอดเป็นของกินที่ไม่เป็นผลดีต่อร่างกาย แม้คุณถูกใจของกินปิ้งย่าง ควรจะปิ้งหรือปิ้งด้วยอุณหภูมิที่ไม่สูงมากมาย เพื่อปกป้องการก่อตัวของคาร์สิโนเจน

 

  • แอลกอฮอล์
    การดูแลรักษาด้วยเคมีบำบัดรักษาบางทีอาจเป็นทางเลือกที่ดี สำหรับการรักษาโรคมะเร็งรังไข่ ในกรณีนี้ ตับของคุณเป็นอวัยวะสำคัญสำหรับในการกำจัดของเสียออกมาจากกระแสโลหิต คุณก็เลยจะต้องบำรุงตับ เพื่อลดผลกระทบสำหรับการรักษาโดยใช้เคมีบำบัดรักษาที่เกิดกับร่างกาย ถ้าคุณดื่มแอลกอฮอล์ แอลกอฮอล์จะเป็นตัวเพิ่มภาระหน้าที่การทำงานให้กับตับ รวมทั้งทำให้ตับกำจัดเคมีที่ร่างกายรับจากการดูแลรักษาออกไปได้ยากขึ้น นอกจากนั้น อาการอ้วกแล้วก็ผลกระทบเกี่ยวกับไส้ จะร้ายแรงขึ้นเพราะเหตุว่าแอลกอฮอล์ เนื่องจากว่าบางทีอาจทำปฏิกิริยากับยาบางจำพวกที่คุณรับ ร่วมกับวิธีการทำเคมีบำบัดรักษา ถ้าเกิดคุณเป็นโรคมะเร็งรังไข่ คุณจำเป็นต้องงดเว้นการดื่มแอลกอฮอล์อย่างสิ้นเชิง

 

  • น้ำตาลขัดสี
    เนื้องอกโรคมะเร็งสามารถเติบโตโดยน้ำตาลในกระแสโลหิต ด้วยเหตุนั้น ถ้าคุณไม่อยากให้โรคมะเร็งเติบโต คุณควรจะงดเว้นของกิน หรือของหวานที่มีส่วนประกอบของคาร์โบไฮเดรตอยู่สูง การกินอาหารพวกนี้ ทำให้ในกระแสโลหิตของคุณ เต็มไปด้วยสารเคมีที่เป็นพลังงานที่เซลล์ของมะเร็งอยากได้ คุณจำเป็นต้องกินอาหารที่มีไกลซีมิกต่ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งของกินที่ไม่มีน้ำตาลขัดสีเป็นองค์ประกอบ

อาหารสามารถช่วยคุณต่อสู้กับโรคมะเร็งรังไข่ได้ แล้วก็สามารถทำให้ลักษณะโรคร้ายแรงขึ้นได้เช่นเดียวกัน แม้คุณไม่เคยทราบว่า คุณควรจะหลีกเลี่ยงอะไร หรือควรจะทานอาหารจำพวกใด ถ้าคุณเลือกทานอาหารได้เหมาะสมกับสภาวะโรคที่คุณเป็น คุณสามารถกลับมามีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรงได้