Archive ธันวาคม 2019

การยืดอายุการใช้งานของเครื่องช่วยฟัง

เครื่องช่วยฟังของเรามีอายุการใช้งานแตกต่างกันตามรุ่นของมัน แต่นั้นก็ไม่ได้บ่งบอกว่ามันจะใช้งานได้ตามจริงอย่างที่มีการระบุไว้ เพราะจากข้างกล่องที่ระบุไว้สามารถบอกได้ถึงการใช้งานคร่าวๆเท่านั้น แต่สำหรับการใช้งานที่แท้จริงก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานและการดูแลของเราอีกด้วย ดังนั้นเราจะมาเอ่ยถึงตัวช่วยที่จะสามารถช่วยในการยืดอายุการใช้งานของเครื่องช่วยฟังเหล่านี้กันว่ามีวิธีไหนที่สามารถยืดอายุการใช้งานเครื่องช่วยฟัง

คุณทราบหรือไม่ว่าตู้ดูดความอับชื้นมีความสำคัญต่อเครื่องช่วยฟัง

การยืดอายุการใช้งานของเครื่องช่วยฟังให้มีการใช้งานที่ยาวนานขึ้น ด้วยการนำเครื่องช่วยฟังของเราเข้าไปเก็บไว้ที่ตู้ดูดความอับชื้น ซึ่งจะเป็นรูปแบบกล่องหรือตู้ก็แล้วแต่รุ่น แต่เราควรนำไปเก็บไว้เพื่อให้ตู้ดูดความชื้นทำงานกับอุปกรณ์อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งก็ยังดี

ตู้ดูดความชื้นสามารถดูแลเครื่องช่วยฟังให้ยาวนานขึ้นได้อย่างไร

การทำงานของตู้ดูดความชื้นนั้นเป็นลักษณะการทำให้อุณหภูมิของภายในตัวเครื่องทำงานกำจัดความชื้นด้วยวิธีการนำเทคโนโลยีที่ผลิตมาเพื่อจุดประสงค์ต้องการให้มีการผลักดันความชื้นที่มีอยู่ในเครื่องช่วยฟังออกไป ซึ่งวิธีการเหล่านี้เป็นรูปแบบพัดลมเล็กๆที่ทำปฏิกิริยาของมันแล้วจะทำให้เกิดการไล่ความชื้นออกจากเครื่องช่วยฟังได้

การใช้ตู้ดูดความชื่นนั้นมีทั้งแบบพัดลมที่ช่วยดูดความชื้นและยังมีแบบการระบายอากาศในรูปแบบอื่นที่ไม่ใช่แบบพัดลมอีกด้วย เนื่องจากวิธีหลังนั้นเป็นการพัฒนาเครื่องดูดความชื้นไปในรูปแบบการไหลของอากาศทำให้เราใช้ไฟฟ้าน้อยลงในการใช้อุปกรณ์ชิ้นนี้ ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วว่าหากมีการใช้ไฟฟ้าลดลงก็จะไม่ทำให้อุปกรณ์ในเครื่องมีการเคลื่อนไหวแต่อย่างใด ดังนั้นจึงเป็นข้อดีของการใช้รุ่นนี้เพราะเป็นการทำให้เราประหยัดเรื่องของการเปลี่ยนสารดูดความชื้นให้น้อยลงไปด้วย

เครื่องดูดความชื้นจะต้องมีหลอด UV เพื่อฆ่าเชื้อโรค ซึ่งเป็นการฆ่าเชื้อโรคให้กับเครื่องช่วยฟังเพื่อป้องกันการเกิดผลร้ายที่ส่งตรงต่อหูของเรา 

วิธีการใช้ตู้ดูดความชื้นสำหรับเครื่องช่วยฟัง

อุปกรณ์ที่เราเลือกใช้เป็นแบบไหนระหว่างต้องแยกชิ้นส่วนออกก่อนหรือไม่ต้องแยกชิ้นส่วนเพราะการทำงานค่อนข้างมีความต่างกันอยู่พอสมควร หลักการทำงานของมันสามารถแยกประเภทการใช้งานได้ดังนี้

หากเป็นการไม่ต้องแยกชิ้นส่วนออกนั้น เราสามารถเปิดช่องที่ใส่แบตเตอรี่ไว้กับตัวเครื่องได้เลย โดยไม่ต้องกังวลเรื่องของความร้อนและวิธีนี้เหมาะสำหรับบุคคลที่ชอบหลงลืมในการแยกชิ้นส่วนมาก

ส่วนอีกวิธีหนึ่งนั้นเป็นการแยกชิ้นส่วนออก โดยเราจะต้องทำการปิดเครื่องเสียงก่อน จากนั้นก็แยกชิ้นส่วนแบตเตอรี่ หรืออุปกรณือื่นๆออกมา โยจะนำแค่ตัวเครื่องเข้าไปเพียงเท่านั้น

การรักษาการแพ้นมวัว

การรักษาการแพ้นมวัว

อาจไม่เรียกว่าเป็นการแก้ไขแต่เป็นการป้องกันมากกว่า เพราะวิธีเดียวที่จะช่วยได้ คือ พยายามหลีกเลี่ยงการทานนมวัวโดยตรงหรือการทานอาหารหรือขนมต่างๆ ที่มีส่วนผสมของนมวัว เพื่อความปลอดภัยในชีวิต ทั้งนี้ มีความเป็นไปได้ว่าผู้ที่แพ้นมวัวอาจไม่แพ้นมที่ผ่านการแปรรูปแล้ว เช่น นมที่เป็นส่วนประกอบในอาหารที่ผ่านการอบ หรือ โยเกิร์ต เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ทางที่ดีที่สุดควรปรึกษาแพทย์ว่าอาหารชนิดใดบ้างที่ควรหลีกเลี่ยงแบบจริงจัง

รูปแบบการรักษาผู้ที่มีอาการแพ้ จะแบ่งเป็นกรณี

  1. ในกรณีที่เผลอรับประทานอาหารจากนมวัวจนมีอาการแพ้
  • ไม่รุนแรงมาก จะทำให้มีอาการแพ้ เช่น ลอราทาดีน (Loratadine) หรือเซทิริซีน (Cetirizine) 
  • ส่วนผู้ที่มีอาการหายใจลำบาก อาจเกิดอาการแพ้รุนแรง ต้องทำการฉีดยาแบบฉุกเฉิน ด้วยตัวยาอิพิเนฟริน (Epinephrine)

ในเด็กที่มีความเสี่ยงแพ้รุนแรง ผู้ปกครองอาจจะต้องพกยาอิพิเนฟริน (Epinephrine) ติดตัวไว้ยามเกิดแพ้ฉุกเฉิน รวมถึงผู้ใหญ่ที่มีอาการแพ้รุนแรง

ดื่มนมวัวไม่ได้กลัวขาดสารอาหาร

อย่าพึ่งกังวลไปว่าหากมีอากรแพ้นมวัวดื่มนมวัวไม่ได้ จะไม่ได้รับคุณค่าทางโภชนาการ เหมือนคนอื่น เพราะเราสามารถดื่มนมถั่วเหลือง นมข้าวโอ๊ต หรือนมแอลมอนด์ที่เปี่ยมคุณค่าทางสารอาหาร อุดมด้วยแคลเซียมและวิตามินดี หรือรับประทานอาหารอื่นๆ เช่น ไอศกรีม ช็อกโกแล็ต หรือโยเกิร์ต ที่ไม่ผสมนมวัวได้