เป็นโรคหนองใน ต้องดูแลตัวเองอย่างไร?

เป็นโรคหนองใน ต้องดูแลตัวเองอย่างไร?

เป็นโรคหนองใน ต้องดูแลตัวเองอย่างไร?
1. งดการมีเพศสัมพันธ์ เพราะการมีเพศสัมพันธ์กับคนอื่น หรือแฟนของเรา ทั้งที่มีอาการที่เสี่ยงจะเป็นหรือรู้แล้วว่าเป็นโรคหนองใน ถือเป็นการกระทำที่แย่มากๆ เพราะเชื้อจะถูกส่งต่อไปยังผู้อื่นได้ทุกเมื่อ ทางที่ดีคือควรที่จะรีบไปพบแพทย์ เพื่อให้แพทย์แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นโรคหนองในจริงๆ หรือไม่ และที่สำคัญหากคุณมีแฟนหรือมีเพศสัมพันธ์กับคนที่รู้จักควรแนะนำหรือพาเขามารักษาด้วยเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้โรคกลับมาเกิดซ้ำได้อีก อีกทั้งควรงดกันมีเพศสัมพันธ์ไปจนกว่าจะหายดีทั้งคู่

2. ผู้ป่วยที่เป็นโรคหนองในทุกรายต้องได้รับการรักษาจนกว่าจะหายขาดและเป็นแพทย์ต้องยืนยันว่าหายดีแล้ว ถึงแม้ว่าในบางรายอาจจะไม่ได้แสดงอาการที่บ่งบอกว่าอาจจะกำลังเสี่ยงเป็นโรคหนองในออกมาให้เห็นชัด แต่ว่าหากคุณรู้ตัวว่ามีความเสี่ยงหรือมีอาการเหล่านี้ออกมาคุรควรที่จะเข้ารับการรักษาไม่ควรปล่อยไว้ เพราะบางขึ้นมันอาจจะดีขึ้น หรือหาย แต่จริงๆ แล้วมันไม่ได้หายไป คุณต้องเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะได้รับการยืนยันจากแพทย์ว่าหายแล้ว

3. ในกรณีที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ได้จริงๆ ต้องป้องกันด้วยการใช้ถุงยางอนามัยอย่างเคร่งครัด ในผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ต้องงดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างจริงจังเป็นเวลา 1 เดือน เพราะการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะทำให้หนองไหลเพิ่มมากขึ้น

4. ความเชื่อเกี่ยวกับเรื่อง “อาหารแสง” ที่ทำให้โรคหนองในทวีความรุนแรง อะไรคืออาหารแสง อาหารแสงที่ว่ากัน ได้แก่ หูฉลาม อาหารทะเล หน่อไม้ หรือสาเก เป็นต้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นนี่ก็เป็นเพียงความเชื่อเพราะในทางการแพทย์ยังไม่พบหรือมีการยืนยันที่แน่ชัดเกี่ยวกับอาหารเหล่านี้แต่สิ่งที่ควรกังวลมากที่สุด เพราะมีการยืนยันที่แน่นอน คือ แอลกอฮอล์ ผู้ป่วยโรคหนองในควรงดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิดเป็นเวลา 1 เดือน หากฝ่าฝืนไม่ทำตามจะยิ่งทำให้อาการรุนแรงมากขึ้นหนองไหลมากยิ่งขึ้น ส่วนอาหารประเภทอื่นๆ ถ้ากินแล้วทำให้อาการของโรคกำเริบก็แนะนำให้งดอาหารชนิดนั้นๆ ไปก่อน

5. อีกหนึ่งสาเหตุที่ต้องงดการมีเพศสัมพันธ์ขณะเป็นโรคหนองใน คือ ยาปฏิชีวนะที่ใช้ในการรักษาโรคหนองในมีผลต่อประสิทธิภาพของยาเม็ดคุมกำเนิด ดังนั้นจึงไม่ควรมีเพศสัมพันธ์และในเดือนแรกของการรักษานั้น ควรใช้วิธีการคุมกำเนิดอย่างอื่นร่วมด้วย อาทิ การใช้ถุงยางอนามัย

6. หลังได้รับการรักษา ระยะแรกจะพบว่าอาการที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนหน้าการรักษาจะหายไปอย่างเร็วภายใน 2 – 3 วัน ที่เริ่มทำการรักษา ในผู้หญิงที่มีอาการเลือดออกแบบกะปริดกะปรอยในระหว่างรอบเดือนจะมีอาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในรอบเดือนถัดไป ส่วนผู้ชายที่มีอาการปวดท้องน้อยและปวดอัณฑะ จะใช้เวลานานจึงจะดีขึ้น โดยส่วนใหญ่อาการจะหายไปภายใน 2 สัปดาห์ แต่หากอาการต่างๆ ไม่ดีขึ้น ควรรีบกลับไปพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินซ้ำอีกครั้ง เพราะอาจพบภาวะเชื้อดื้อยา หรือโรคมีการลุกลามเพิ่มมากขึ้น

7. หากได้รับการรักษาแล้ว แต่มีอาการที่คล้ายกับว่าจะแพ้ยา เช่น มีผื่นคันขึ้นตามตัว คลื่นไส้ อาเจียน หรืออาการที่เป็นอยู่นั้นรุนแรงมากขึ้น ควรรีบไปพบแพทย์ก่อนนัด

8. ในการรักษาจะมีระยะเวลาและขั้นตอนของมันเมื่อรักษาตามอาการจนครบแล้ว ให้มาพบแพทย์เพื่อตรวจซ้ำจนกว่าจะแน่ใจว่าเชื้อหนองในหายสนิทในทุกตำแหน่งที่เคยมีเพศสัมพันธ์แล้ว อาทิ ช่องปาก ทวารหนัก ช่องคลอด เป็นต้น

9. ผู้ที่เป็นโรคหนองใน หลังจากที่ได้รับการรักษาจนหายดี แต่หากได้สัมผัสโรคอีกครั้งก็จะกลับมาเป็นซ้ำอีก

admin

Comments are closed.